Po-Pomero's profileไวโอลินตัวเก่งกับพู่กันช...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ไวโอลินตัวเก่งกับพู่กันชั้นดีMusic canon in D and Drawing |
||||||||||||||||||
|
|
|
April, 2008 วันเศร้าๆ กับไวโอลิน หนึ่งตัว 1 วันนี้ เล่นไวโอลิน
อยู่ๆ ก็คิดถึงคนคนนึง
เค๊าจะชอบมั้ยน๊า ถ้าเราไปเล่นให้เค๊าฟัง
รึเค๊าจะไม่อยากฟัง แต่เราก็อยากเล่นให้เค๊าฟังจัง
เราอยากเป็นคนนำความสุขเล็กๆ มาให้เค๊าจังเลย
เพื่อเค๊าจะ ยอมพูดคุยกับเราเหมือนๆๆเดิม
February, 2008 น้ำตาอาบแก้มวันนี้เป็นวันที่ เราร้องไห้
นี่เป็นครั้งที่สอง ที่ต้องร้องไห้ เเพราะคนคนนั้น
ทำไม เราต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้
แล้วเรายังต้องมาตกเป็นคนชั่ว
นี่เรายังเป็นคนชั่วเลว ไม่พอในสายตาคนอื่นอีกเหรอ
จะให้ชั่วไปถึงเมื่อไหร่
หรือชีวิตนี้ต้องกลายไปเป็นคนชั่วไปตลอดชีวิต
ชั่วแบบนี้ถึงจะพอใจใช่มั้ย
January, 2008 วันครูวันนี่ วันที16 มกรา
เป็นวันครู
วันนี้โทรไปหาคุณแม่ที่ร๊ากกกกกกกกก
(ครู สันทองคนสวยคนนี้นี่เอง)
และครู ขวัญตา ก็โทรไปอวยพร
ขอให้สุขภาพแข็งแรง สวยๆๆ
ฮ่าๆๆๆ แต่ว่าสวยมากไม่ดี
เดี๊ยวมีคนอิจฉา อิอิ
แต่ก็อยากคุยกับจารย์กุณฑล
แต่ก็ส่ง sms ไปหาแล้ว
อ่อ เกือบลืมจารย์คนสวยที่ธรมศาสตร์
นั่นก็คืออาจารย์อลิส ผู้นี้นี่เอง
และอาจารย์ที่ใจดีที่สุด
อาจารย์พรสวรรค์
ขอให้ครูมีความสุขมากๆนะคะ
รักและเคารพ
อิอิเมื่อคืนไปค้างหอทราย
ฮ่าๆๆๆ รวมตังกันทีไร
งานการไม่ค่อยเดินซักที
ฮ่าๆๆๆ เมื่อคืนตอนออนเอ็ม
หอนทรายแกล้งอ่า
แกล้งน้องปอด้วย
เค๊าโดนกล่าวหา
แต่เมื่อนคืนหอยทราย
ตั้งใจทำงารม่ะน่าเชื่อ
อิอิ แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว
ม่ะเหมือนเรา
ขี้เกียจได้ตลอดเวลา
January, 2008 """ ทำไมชีวิตนี้มีแต่งาน งาน และงาน
งานที่ให้นี่มันไม่เหมือนงานเด็กปีหนึ่งเลย ให้ตายสิ
คนน่าม่ะช่ายเครื่องจักร จะได้สั่งเอา สั่งเอา
งานจะถมตัว ไม่ช่ายสิ งานจะล้นห้อง จนหายใจไม่ออกตายอยู่แล้ว
เยอะม่ะพอ เซ็ง ดันยากอีก จะไรกันหนักหนา เรียนก็ไรม่ะรุ ยากจิงๆๆ
เซ็งๆๆๆๆๆ แต่ก็ต้องหน้าก้มตาทำต่อไป
นี่แหละชีวิต วันนี้ เดี๊ยวดีรู้สึกดีจัง
เพราะไรนะหรือ ก็เดี๊ยวนี้มีรุ่นน้องคุยด้วยกันทุกวันเลย
ดีจังที่น้องมาคุยด้วย คุยกะเพื่อนมีแต่โดนใช้งาน เฮ่อะๆๆ
แต่ก๊กลัวน้องจะเบื่อเหมือนกัน รึโดนเบื่อไปแล้ว ฮ่าๆๆ
น้องเค๊า ชื่อใบปอ เป็นคนน่ารักน่ะ น่ารักตั่งแต่อยู่โรงเรียนและ
ตอนนี้ก็น่ารักเหมือนเดิม มากขึ้นรึป่าว รึเพราะเราแก่เรา อิอิ
น้องเค๊าเป็นยิ้มแย้ม สนุกสนาน ตลกดี น่ารักดี แต่มารู้จักกะเรา
เราจะแพร่เชื่อไม่ดีใส่น้องไปรึยัง ฮ่าๆๆ ดีๆๆๆ
ดีจัง ต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา มีน้องเป็นเพื่อนคุย
ไว้ปิดเทอมเจอกันน๊า.... จะพาไปกินของอร่อยๆๆๆ
^_________________^
January, 2008 ๏ กาพย์เห่เรือ “กระบวนพยุหยาตราชลมารค ” พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี๏ นารายณ์จำหลักล้ำ.......เลออง- อาจเฮย ครุฑยุดนาคทรวดทรง......สง่าแท้ ลายทองล่องชาดผจง.......กระจกแต่ง ฉัตรพู่ดูเลื่อมแล้.............เลิศริ้วปลิวงาม ๚ ๏ นารายณ์หมายเทียบไท้...สยามินทร์ ทรงครุฑดุจเสด็จดิน-.......ถิ่นแคว้น พระเกียรติแห่งพระจักริน...ขจัดทุกข์- เข็ญนา ทวยราษฎร์ปราศยากแค้น...เนื่องด้วยพระบาร-มีเฮย ๚ ๏ เรือเอยเรืองยิ่งแท้ ........... ล้วนเลื่อมแล้หลากสรรพนาม ลอยเด่นกลางชลตาม ...........รูปลักษณ์ล้ำงามใกล้ไกล ๏ เรียงรายเลื่อมพรายพร้อม ..เพ็ชรพลอยล้อมเหลืองอุไร ปิดทองผ่องอำไพ ................ แลทางใดล้วนงามสม ๏ พู่ย้อยห้อยระย้า ............... ลวดลายผ้าน่าชื่นชม ธงฉัตรพัดตามลม ............... เลื่อมวิจิตรโศภิษฐ์แพรว ๏ “เรือทองขวานฟ้า”คล้อย ..บรรเจิดลอยนำหน้าแนว “เรือทองบ้าบิ่น” แน่ว .........แสนปราดเปรียวสุดโสภี ๏ “เรือเสือทะยานชล” ..... “เสือคำรนสินธุ์”นาวี เคียงข้างดั่งเสนี ................. “เรือดั้ง”ปรี่มีสองลำ ๏ ตรงกลาง“เรืออีเหลือง” .. ดูปราดเปรื่องสมน้ำคำ ฝีพายชายกำยำ .................. ยกพายจ้วงท่วงช่ำชอง ๏ “เรือดั้งสามและสี่” ....... แล่นเร็วรี่มีครรลอง พร้อมเพรียงไปทั้งผอง ....... .ฝีพายคล่องเกริกไกรเกิน ๏ “เรือดั้งห้าและหก” ........ให้สาธกล้ำจำเริญ เรียงรายได้ยลเพลิน .............ด้วยดำเนินอย่างยรรยง ๏ “เรือตำรวจนอก”ลิ่ว ...... หลากแพรพลิ้วทั้งทิวธง “เรือดั้งเจ็ด,แปด”คง ........ ลอยเลียบคู่อยู่ครบครัน ๏ “เรือดั้งเก้า”อยู่ซ้าย ....... ซึ่งเลื่อมลายวิไลวรรณ “เรืออสุรปักษี”สัณ- ........... ฐานเฉิดฉันนั้นตรึงตา ๏ “เรือตำรวจใน”เคียง ..... .คงลำเลียงมวลเสนา อีกลำงามโสภา ................... เกียรติก้องหล้ามาเนิ่นนาน ๏ “อสุรวายุภักษ์” .............. นามประจักษ์เลื่องชลยาน “เรือดั้งสิบ”แหวกธาร ........ แสนวิกรานต์ห้าวหาญนัก ๏ “เรือดั้งสิบเอ็ด”ตาม ..... .ยังคงความเก่งกาจประจักษ์ “เรือดั้งสิบสอง”พรัก- ........ พร้อมเพรียงจักด้วยว่องไว ๏ “กระบี่ราญรอนราพณ์” ... “กระบี่ปราบเมืองมาร”ใด คำชมสมพิสมัย ................... คำใดเปรียบเทียบเรืองาม ๏ เรื่อยเรื่อยมาเลียบเคียง.....อย่างพร้อมเพรียงมาติดตาม คือ “เรือดั้งสิบสาม” ".........น่าครั่นคร้ามทั้งยำเกรง ๏ “เรือดั้งสิบสี่” นั้น.............ขุนพลนั้นช่างกล้าเก่ง จ้วงพายอย่างครัดเคร่ง..........ทั้งครื้นเครงทั้งเร่งมือ ๏ “เรือดั้งสิบห้า”ล่อง ........ ความแคล่วคล่องต้องเชื่อถือ “สุครีพครองเมือง”คือ ..... นามระบือชื่อมงคล ๏ “พาลีรั้งทวีป” ............... ดั่งคืนชีพผลาญมารผจญ โดดเด่นเห็นงามล้น …........... อุกฤษฎ์จนดั่งเวชยันต์ ๏ เรือหนึ่งซึ่งงามนัก ........... ดั่งรูปลักษณ์เทพรังสรรค์ เรือพระที่นั่งอัน ................... แสนวิจิตรตระการตา ๏ “อนันตนาคราช” ........... ล้ำพิลาศทัศน์ลักขณา ลือเลื่องเฟื่องโลกา .............. สุดโสภาคราชื่นชม ๏ “เรือดั้งสิบหก”คล้อย ...... พลเรือคอยจ้วงพายจม งัดน้ำยามต้องลม ................ เป็นฟองแตกแปลกตาไป ๏ เห็น“เรือดั้งสิบเจ็ด” ....... “เรือครุฑเตร็ดไตรจักร”ไกร เกริกกล้าเรืองวิไล ............... ลอยลำใกล้“เรือแตงโม” ๏ “เรือครุฑเหิรเห็จ”ห้าว .. “เรือดั้งกร้าวสิบแปด”โบ- ราณท่านใช้ฝ่าโต้ ............... ทัพข้าศึกทั้งฝึกปรือ ๏ “เรือดั้งสิบเก้า”นั้น ........ แสนสำคัญนามเลื่องลือ องอาจเก่งฉกาจคือ ............. คงเกียรติกล้าเหล่าวีรชน ๏ “เรือดั้งยี่สิบ” แสน- .........ยานุภาพแม้นมากเหลือล้น สำเนียงเสียงขุนพล ............. พร้อมเพรียงจนมากเรี่ยวแรง ๏ “เรือดั้งยี่สิบเอ็ด” ......... .เรือลอยระเห็จดั่งสำแดง ชายชาญหาญกร้าวแกร่ง ...... จ้วงน้ำใสพรายกระเซ็น ๏ “เรือดั้งยี่สิบสอง” ........... แหวกธารท่องล่องลอยเห็น พลหมู่เสนาเป็น ................... เช่นมุ่งหน้าผลาญไพรี ๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินคำ ............. ร้อยวรรณกรรมบรรยายมี ด้วยรูปทรงโศภี ................... ลวดลายสีผ้าแพรพรรณ ๏ รูปลักษณ์ล้วนวิไล ............. “เรือเอกชัยหลาวทอง”อัน พิลาสเป็นอัศจรรย์ ............... ดั่งมุ่งมั่นผลาญศัตรู ๏ อีกหนึ่งซึ่งคงเกียรติ์ .......... ดั่งคำเธียรบรมครู บรรเจิดให้เชิดชู .................. คู่บารมีพระจักรินทร์ ๏ “เอกชัยเหิรหาว”ห้าว ..... ผุดผ่องพราวสุดโศภิน ลายทองพ้องศาสตร์ศิลป์ . ......แสนพิพิธจิตรการตา ๏ โอ้เรือพระที่นั่ง ................. ทองสุกปลั่งดั่งจันทรา สมเกียรติ์แห่งราชา .............. ธ ผ่านฟ้ามไหศวรรย์ ๏ พระผู้ทรงผ่านฟ้า ..............ทรงบุญญาจอมราชัน ทศพิธราชธรรมมั่น .............. มากเมตตาเปี่ยมปรานี ๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ” ... เกินเสกสรรด้วยวาที ร้อยรจน์เบื้องบทกวี .……......... เกินจดจารด้านงามล้ำ ๏ นารายณ์สี่กรนั้น ............... เปรียบ ธ มั่นคงคุณธรรม เมตตาปรานีนำ ….................. ต่อไพร่ฟ้าประชากร ๏ ศึกใหญ่คือภัยแล้ง ............ น้ำเหือดแห้งแหล่งดินดอน ธ โปรดอำนวยพร ................. เปลี่ยนทุกข์ร้อนเป็นร่มเย็น ๏ เสกฝนแลเสกน้ำ ............. ต่างชุ่มฉ่ำไร้ลำเค็ญ ชี้ทางห่างทุกข์เข็ญ ............. เช่นคงชีพอย่างพอเพียง ๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ” ... ดั่ง ธ นั้นเฝ้ามองเมียง เสด็จไปทั่วไทยเพี้ยง- .......... องค์นารายณ์ไล่อาธรรม์ ๏ ยอดเขาสุดเขตแดน ......... ถิ่นยากแค้นแดนใดกัน ทรงย่างพระบาทพลัน .......... หมายเปลื้องทุกข์มอบสุขใจ ๏ ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้อง ...... ดังกึกก้องทั้งแดนไตร ขอองค์พ่อหลวงไทย ............ ทรงสำราญนิรันดร ๏ เรือพระที่นั่งทรง ............. .ประหนึ่งองค์ธราธร เสกสร้างสถาพร .................. เสกประสิทธิ์ในโลกา ๏ เนรมิตวิจิตรนัก ............... แจ้งประจักษ์รูปลักขณา รื่นรมย์สมอุรา .................... ดุจหงส์ฟ้าสิวาลัย ๏ คือ “เรือสุพรรณหงส์” .... อันสูงส่งคงคู่ไทย ล้ำหล้าเกริกเกรียงไกร ........ รอยจำหลักพิไลงาม ๏ หงส์ทองล่องสายชล .......... น้ำใสจนเห็นแวววาม ต้องแสงสำแดงภาม ............. ชดช้อยตามคำกล่าวชม ๏ ฉัตรพู่ลู่ลมระย้า ................ธงโสภาคราสวยสม เพริศพลิ้วทิวเทพพนม ......... แสนรื่นรมย์ยามชมพลัน ๏ เหล่าหมู่ฝีพายมาก ........... แต่งกายหลากมากแพรอัน ดิ้นเงินเดินทองนั้น ............... ช่างผ่องพรรณอันงามแล ๏ โสตสดับกาพย์ทำนอง ........ดังกึกก้องพ้องจริงแท้ เปรียบเปรยนำเผยแพร่ ..........สิ่งล้ำค่าในวารี ๏ เอื้อนอ้างดั่งเวทมนต์ ......... ศักดิ์สิทธิ์ดลในบทกวี บ่งความงามประเพณี ........... ร่ายวาทีกาพย์คำโคลง ๏ ลอยเด่นเห็นงามสง่า ........ ทองเลื่อมตาผ้าแพรโพลง จำหลักลวดลายโยง - ........... คล้ายคงชีพรีบเริงชล ๏ คือเรือพระที่นั่ง ................ สุดสะพรั่งนภมณฑล “เอนกชาติภุชงค์” ดล ....... งดงามล้นพ้นพรรณนา ๏ ฉัตรตั้งตระหง่านงาม ....... ทองเหลืองอร่ามงามภูษา แต่งจนวิจิตรา ..................... พลเสนาพายพร้อมเพรียง ๏ สวมหมวกกลีบจำปา ........ ช่างแปลกตาคราระเรียง จ้วงพายคล้ายสำเนียง .......... ร่ายคำเจรียงเยี่ยงบรรยาย ๏ “เรือแซง” เจ็ดลำล่อง ..... แสนแคล่วคล่องมวลฝีพาย เสนีย์มีนายท้าย ................... นุ่งผ้าสีสอดไหมงาม ๏ แต่งกายลวดลายหลาก ...... พลหมู่มากหากมองตาม เลื่องลือระบือนาม ................ พรักพร้อมตามท่วงทำนอง ๏ บรรพชนคนกร้าวแกร่ง ..... มุ่งสำแดงเกียรติทั้งผอง รุกไล่ไพรีต้อง ................. .....พ่ายทัพไทยในบัดดล ๏ “เรือตำรวจกรมวัง” ....... คุมแนวหลังดังขุนพล ตรวจตรามาแต่ต้น ......... ......เช่นวีรชนอันเกรียงไกร ๏ นับได้ห้าสิบสอง ............... เรือลอยล่องชลาลัย โอ้แสนอวดศักดิ์ไทย ............ อันยิ่งใหญ่ในคงคา ๏ เลิศศิลป์ล้ำศาสตร์สร้าง ..... เด่นสล้างอวดศักดา ยังสุขทุกครั้งครา ................. ตรึงตราภาพมิลืมเลือน ๏ บุญแท้เกิดเป็นไทย .......... แสนสุขใจหาใดเหมือน มากสุขทุกครัวเรือน ............ ใต้ร่มหล้าพระบารมี ๏ ขอเทิดทูนบูชา- ............... พ่อหลวงฟ้าจอมจักรี จงรักและภักดี ..................... ตราบสิ้นฟ้ากว่าสิ้นลม ๖๐ ปีทรงครองราชย์ เหล่าทวยราษฏร์ถวายพระพร ๏ บารมี ธ เลิศหล้า............เลอสรวง ทศพิธราชธรรมปวง...........เปี่ยมล้น ทรงวิวรรธน์ประดุจดวง.......ดาวฤกษ์ พระอัจฉริยภาพพ้น............พรั่งพร้อมบุญญา ๚ ๏ ทรงเสด็จครองราชย์ด้วย..ราชธรรม์ พระราชกรณียกิจอัน...........สฤษฏ์แล้ บังเกิดซึ่งคุณมหันต์............แก่ราษฎร์ ดับทุกข์สร้างสุขแท้............ทั่วหล้าสุขสราญ ๚ ๏ หกสิบแห่งกาลฝน ..............พระบารมีพ้นชนชื่นชม เป็นยิ่งนโรดม ......................ในไตรโลกแต่ปางบรรพ์ ๏ พระบาททรงก้าวย่าง ..........ทุกเส้นทางอย่างมุ่งมั่น เปลื้องทุกข์ทวยราษฎร์อัน- .....ผู้ยากจนพ้นลำเค็ญ ๏ ทรงสอนให้พึ่งตน ...............เพื่อสยามชนได้อยู่เย็น - เป็นสุขไร้ทุกข์เข็ญ ................ดำรงชีพอย่างพอเพียง ๏ หากผองพื้นปฐพี ................แทนพื้นที่ให้ร้อยเรียง รจนาวรรณกรรมเพี้ยง ...........จารึกซึ่งพระบุญญา ๏ ด้วยน้ำมหาสมุทร ..............ต่างหมึกสุดร่ายพรรณนา เขียนพื้นแผ่นพสุธา ...............ทั้งโลกหล้าเบื้องมหาศาล ๏ ร่ายรจน์ด้วยบทกวี ..............ล้ำวาทีทั้งจดจาร บรรยายซึ่งอุปการ .................แห่งภูมินทร์ผู้ทรงธรรม ๏ สิ้นฟ้าแลปฐพี ....................สิ้นหมึกที่มหาสมุทรนำ กล่าวเกริ่นสรรเสริญคำ ..........มิอาจจดบทอ้างคุณ ๏ ทวยราษฎร์น้อมภักดี ..........จอมจักรีผู้เปี่ยมบุญ ผู้ทรงพระการุณ ....................ให้ทรงเกษมทั้งเปรมปรีดิ์ ๏ ด้วยคุณพระไตรรัตน์ ...........ความพิพัฒน์บังเกิดมี คุณเทพเรืองฤทธี ..................ทั้งจักรวาลอันศักดา ๏ คุณงามความศักดิสิทธิ์ .......เสถียรสถิตไตรโลกา ปกปักแลรักษา ......................ซึ่งองค์พระสยามินทร์ ๏ ให้ทรงพระเจริญยิ่ง ............อยู่เป็นมิ่งขวัญชีวิน ทวยราษฎร์ข้าแผ่นดิน ............ตราบร้อยพันวสันต์กาล ๏ ธ ประสงค์พุทธางกูร ...........จงสมบูรณ์ด้วยนฤพาน สรรเพชญพระโพธิญาณ .........ยิ่งไพศาลในบัดดล ๏ ศรีสวัสดิ์นิรันดร ..................จตุรพรสัมฤทธิผล เทิดไท้พระภูมิพล .................ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ๚ะ๛ ๏เห่เรือ๏๏พลพยุหชลมารคเยื้อง ยาตรา ริ้วแล่นกระบวนนาวา ฟ่องน้ำ สยามสุขทุกประชา ชนชื่น ชมเฮย เถกิงพระเกียรติเลิศล้ำ โลกล้วนถวายกรฯ ๏ชลาไลยไคลเคลื่อนข้น ระลอกชล กองทัพไท้แสนพล เห่ร้อง นาวาวาทชเลงกล กาพย์กล่อม กึกเฮย ยลตื่นตาจดจ้อง เจิดแจ้งประจักษ์ขวัญฯ ๏ครืนครั่นคละคลื่นเคล้า ฝนคะนอง เรืองฤทธิ์ระยิบทอง ระยับแก้ว เห่เรือกล่อมกลอนกรอง ก้องกึก กระบวนล่องเรือผ่องแผ้ว เพริศพริ้งเสียงเพลงฯ ๏พรายพรายพร่างพร่างพื้น ผิวชล มูลเห่กองเรือยล หยาดเยิ้ม หยุดย้ำจ่ำช้าหน โหนจังหวะ กาพย์แล ช้าลวะเห่ฟังเคลิ้ม คำคลุ้งโคลงหวนฯ " ประวัติ์พระจุลจอมเกล้าฯ ร.5 (รำลึกพระปิยะมหาราช) ตอนที่2ข้าแด่องค์พระปิยะมหาราช ข้าพระบาทน้อมประนบพระทรงศรี เนื่องจากวันสวรรคตพระภูมี ยี่สิบสามตุลานี้บรรจบกาล พระองค์ทรงเป็นมหาราช ชำนาญศาสตร์ชำนาญยุทธชำนาญสานต์ ทรงยอดเยี่ยมทางด้านวิชาการ การทหาร การศึกษา คมนาคม ด้านการต่างประเทศวิเศษนัก ทรงประจักษ์เห็นการณ์ไกลอย่างเหมาะสม ทรงประภาสเชื่อมสัมพันธ์"อาณานิคม" ชาวต่างชาติชื่นชมพระไมตรี ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ พระอัจฉริยะทรงเลิศประเสริฐศรี ทรงเชี่ยวชำนาญการกวี ร้อยกรองมีมากมายสุดพรรณา ทั้งร้อยแก้วกาพย์เห่เรือและลิลิต ทรงลิขิตมากมายเป็นหนักหนา โคลงสุภาษิตนิราศดื่นดาษตา บทละครล้ำค่าน่าชื่นชม พระองค์ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไทยพ้นทุกข์ร่มเย็นเป็นสุขสม รอดพ้นจากพวกล่าอาณานิคม ทรงเลิกล้มระบบไพร่ที่เคยมี ทรงบริหารแผ่นดิน" โดยสิทธิ์ขาด " ประชาราษฎร์แซ่ซร้องเฉลิมศรี ทรงประกาส" เลิกทาส "ไม่ให้มี เริ่มต้นปี 2417 สำเร็จลง พัฒนาระบบเศรษฐกิจ ทั้งพานิชย์การศึกษาตามพระประสงค์ ทรงขอแรงพระบรมวงศานุวงค์ จัดตั้งโรงรักษาไข้ในชุมชน จึงเป็นโรงพยาบาลทุกวันนี้ ธ.ทรงมีพระเมตตาอย่างเหลือล้น ทรงประกาศห้ามสูบฝิ่นทุกชั้นชน ทรงกังวลห่วงใยไทยประชา ทรงนำเทคโนโลยี่สมัยใหม่ เข้ามาใช้แทนแรงงานดีนักหนา ยกเลิกเกณฑ์แรงงานคน ทำโยธา นำเครื่องจักรเข้ามาแทนแรงงาน ริเริ่มการไปรษณีย์โทรศัพย์ ทรงปรับปรุงวิทยุการสื่อสาร ทุกวันนี้จึงทันสมัยทันเหตุการณ์ ทั้งยวดยานพาหนะสะดวกสบาย ทรงได้รับฉายา" ปิยะมหาราช " ไทยทั้งชาติร้อยมาลามาถวาย แทบพระบาทล้นเกล้าของชาวไทย ยี่สิบสามตุลาไซร้ไทยภักดิ์ดี ร้อยมาลาเป็นมาลัยใจสำนึก น้อมรำลึก"พระมหากรุณาธิคุณ"พระทรงศรี ข้าพระบาทกราบแทบเท้าพระภูมี แด่องค์จักรี"มหาราช"ของชาติไทย... ประวัติ์พระจุลจอมเกล้าฯ ร.5 (ตั้งแต่ประสูติ-ขึ้นครองราชย์) ตอนที่1
ข้าว - มัน - ไก่เรามาว่ากันเรื่องข้าวมันไก่ ส่วนผสมต่างต่างไปตามวิถี แต่ละร้านปรุงแต่งอร่อยดี มาว่าวันนี้ลองมาทำกินกัน ข้าวมันไก่ แน่นอน ต้องมีไก่ มันคงไม่ มีหมู ให้น่าขัน ล้างให้เอี่ยม เน้นทั้งตัว กินทั้งวัน แค่จัดสรรไก่หนึ่งตัวหมดบทไป เกลือหนึ่งช้อน กระเทียมสับอีกสองช้อน น้ำซุบใส่ใช้ซุบก้อนก็พอได้ น้ำมันน่ะจะไปกลัวอ้วนทำไม ถ้าไม่ใช่ คงไม่อร่อย ครึ่งถ้วยตวง มาถึง เรื่องข้าวข้าว ต้องอร่อย ข้าวน้อยๆ ใช้ทำไม อย่าได้หวง ข้าวสารสักหนึ่งโลจงจัดตรง อย่าลืมพ่วงข้าวเหนียวสักร้อยกรัม ส่วนผสมหลักก็จัดเตรียมได้เครื่องครบ ยังไม่จบ ไร้น้ำจิ้ม ไม่อิ่มหนำ หากไม่คิด จะใช้ ซีอิ้วดำ ก็ต้องทำ น้ำจิ้ม ลองทำดู เริ่มจากเตรียมซีอิ๋วใสสักครึ่งถวย แล้วพ่วงด้วยพริกชี้ฟ้าพริกขี้หนู น้ำตาลทรายใส่มากน้อยพินิจดู แต่ที่รู้อย่าได้ใช้น้ำตาลเทียม ขิงแก่โขลกก็ต้องมีเตรียมเอาไว้ น้ำส้มใช้ มากนิด ก็อย่าได้เขียม เต้าเจี้ยว ก็ต้องโขลง จงจัดเตรียม อีกกระเทียมสับๆ พอประมาณ ส่วนผสมมีครบแล้วใช่ไหม น้ำจิ้มไซร้ คงพร้อม ช่างหอมหวาน เอามาลอง ทำข้าวมันไก่ ให้น่าทาน ที่ขับขาน ต้องทำได้ อย่าทิ้งนาน ทาเกลือไก่ แล้วทิ้งไว้ สิบห้านาที พอสุกดี ก็หยุดต้ม ให้เนื้อหวาน น้ำอย่าทิ้ง เราต้องใช้ มันอีกนาน แล้วก็หัน ไปล้างข้าว สะอาดดี เจียวกระเทียมกับน้ำมันให้พอเหลือง พอได้เรื่องก็ผัดข้าวพอมีสี ตักใส่หม้อ ใส่น้ำซุบ ให้พอดี นึ่งให้สุก ตามนี้ 1 ชั่วโมง เรามาเริ่มทำน้ำจิ้ม ใช่ทำยาก ใช่ลำบากดังข้ามแม่น้ำโขง ไม่ต้องแต่งให้ยืดยาวทั้งกลอนโคลง ถ้วยโล่งๆ ใส่ผสมกัน เสร็จสักที ยังยังยัง แค่นี้ กินไม่ได้ ตักข้าวใส่ มากน้อย ตามวิถี หั่นไก่วงหน้าข้าวให้พอดี หั่นผักชี โรยหน้าไว้ ให้สวยงาม ----- จบและๆ ข้าวมันไก่ -หิโตปเทส คำโคลง สอง-ชนใดทรัพย์เสื่อมสิ้น อับจน ความคิดมักวกวน คว่างคว้าง แม้ริก่อกิจตน มักพลาด ผิดนา เปรียบเช่นหยดชลค้าง เมื่อเข้าคิมหันต์ฯ ชนใดมากมั่งล้น เงินทอง ฝูงเพื่อนมักหมายมอง นบไหว้ เงินมีใฝ่จับจอง อำนาจ นั่นเนอ ชนนั่นก็อาจคล้าย ละม้าย คนดี ฯ เรือนใดหากว่างไร้ บุตรหลาน อีกว่างหมู่บริวาร พี่น้อง คือสิ่งท่านประจาร ว่าว่าง เปล่านา คนว่างทรัพย์ขัดข้อง ขัดแท้จริงจริง ฯ อันความตายอีกทั้ง ความจน ความตายหมายทุกข์ทน ชีพม้วย อันอาจก่อทุกข์ล้น เพียงชั่ว จิตนา แต่ทุกข์จากจนฉ้วย ทุกข์ถ้วม ตลอดกาล ฯ ใครใครใจโหดเหี้ยม แม้ตาย ก็มิยอมจางคลาย ชั่วนั้น อัคคีผิเปลวสลาย ดับมอด คุกรุ่นระอุครั้น จับแล้ว ยังร้อน ฯ เสื่อมเดชผันส่งให้ เสื่อมยศ พลอยเสื่อมผู้คอยจด นบไหว้ เสื่อมเดชเสื่อมยศหมด พาลเสื่อม ปัญญา คือเหตุพิบัติให้ เสื่อมสิ้นทั้งมวล ฯ ยอมตายวายชีพเดี้ยง ม้วยมรณ์ ดีกว่าเสพคนฉ่อน ชั่วช้า แฝงกายหลบเร้นจร ราวป่าพงไพร ดีกว่าเนาเมืองฟ้า แต่ไร้ยุติธรรม ฯ -หิโตปเทส คำโคลง- ๑อันข้าวสุกคลุกเคล้า ยาพิษ อีกหมู่อมาตย์คิด ชั่วร้าย อีกฟันโยกคลอนนิด อาจบ่ม ช้ำนา สามสิ่งใครมีไซร้ ท่านให้ทำลาย ฯ เพื่อนใดผิพลาดพลั้ง เผลอเรอ ใจภักดิ์รักเพื่อนเกลอ บ่ร้าว เฉกกายฉันและเธอ แม้บ่ม มลทิน ใครเล่าจักขุ่นกร้าว เกลียดแม้กายตน ฯ มิตรใดหากพลาดพลั้ง เพราะพาล ผองเพื่อนมิรำคาญ หลีกลี้ เปรียบไฟผิเผาผลาญ ไหม้หมู่ มณเฑียร ใครเล่าจักบ่งชี้ เสื่อมสิ้นนิยม ฯ ชลใสในสระน้ำ นั่นนา อีกร่มเงาพฤกษา แผ่ก้าน หญิงงามผ่องพักตรา เรือนก่อ อิฐเนอ อบอุ่นบ่หนาวท้าน ปัดร้อนแลหนาว ฯ อันพาลชนต่ำช้า เลวทราม หลีกบ่ควรค้าความ ห่างไว้ ก้อนถ่านกรุ่นไฟยาม จับถือ ร้อนพอง ผิดับหากจับไซร้ แปดเปื้อนหัตถา ฯ ปกิณกะธรรม คำโคลง (ต่อ)*โคลงกระทู้* เกิด ก่อสรรพสิ่งล้วน กรรมสั่ง แก่ ย่อมหลักอนิจจัง แต่งให้ เจ็บ กายฝ่ายทุกขัง เธอสั่ง นาพ่อ ตาย ลับดับชีพไซร้ แน่แท้อนัตตา ฯ ตี วัวกระแทกทั้น คราดไถ ปลา ย่างอย่าวางใจ แมวนั้น หน้า น้ำรีบตักไว้ ก่อนพร่อง น้ำเนอ ไซ สุ่มซุ่มซ่อนครั้น ดักต้องมัจฉา ฯ ตัด ต่อเติมแต่งให้ งดงาม ไฟ ราคไหม้ลุกลาม ยากยั้ง ต้น ไม้ล่มล้มคราม อย่าเพ่อ ข้ามนา ลม ปากพัดเป่าครั้ง ป่นให้ฉิบหาย ฯ ทำ บุญทานก่อไว้ ภพหน้า ดี ต่อดีชักพา เด่นแท้ ได้ สุขทุกทิวา ตราบด่าว ชีพแฮ ดี ก่อเพิ่มพูนแล้ ส่งให้สุขเกษม ฯ ทำ ตัวตกต่ำต้อย ติดตาม ชั่ว ต่อชั่วลือนาม ชั่วช้า ได้ ทุกข์ขุกเข็ญยาม กรรมยื่น ผลนา ชั่ว ส่งผลชั่วคว้า ไป่พ้นอบาย ฯ เส้น ทางพิสูจน์ม้า พาชี ผม หงอกใช่บ่งชี้ แก่ง้ำ บัง เนตรก่อธุลี ดีชั่ว ฤาเห็น เขา ใหญ่สูงเยี่ยมล้ำ ไป่คร้ามแรงลม ฯ ปกิณกะ -โคลง-โคลงกระทู้ ฝนตก มิทั่วฟ้า ปรอยปรอย ก็แช่ง ชักตะบอย บ่นให้ ฝนแล้ง ขาดเม็ดคอย ฝนมิ ตกนา ก็ด่า ว่าอินทร์ไร้ สูญสิ้นเมตตา ฯ ชี้นก บนยอดไม้ เรียมดู เป็นปลา ดั่งโฉมตรู หล่อนชี้ ชี้ปลา ว่ายดำพรู เคียงคู่ กันนา เป็นนก เห็นชัดนี้ ตามเจ้าชี้แจงฯ น้ำ ใจแอบซ่อนเร้น เล่ห์กล นิ่ง เงียบอำพรางตน ซ่อนไว้ ไหล ลื่นไล่มิจน กะล่อน ลึก เกินสุดหยั่งไซร้ ลึกน้ำใจคน ฯ ต่อหน้า ยืนยันแจ้ง ชัดคำ มะพลับ แน่นอนจำ ผลได้ ลับหลัง บ่ายเบี่ยงงำ บ่แม่น อีกนา ตะโก แน่นอนไซร้ เปลี่ยนได้ฉับพลันฯ รำ เกะกะอยู่เพี้ยง ผู้เดียว ไม่ดี กลับฉุนเฉียว ว่าฆ้อง โทษปี่ ว่าเป่าเสียว แสลงแก่ โสตนา โทษกลอง ว่ากลบก้อง เสียงร้อง เพลงครวญ ฯ น้ำมา ไหลหลากถ้วม นองชล ปลา ย่อมหลงเริงตน เล่นน้ำ กิน ฮุบล่าเหยือจน หนีซ่าน ซัดนา มด หนีปลาไล่ซ้ำ ฮุบเข้าท้องปลา ฯ ล้ำลด หดเหือดแห้ง ขอดคลอง มด ร่าเริงลำพอง แน่แท้ กิน ปูปลาอิ่มท้อง หามสู่ รังเอย ปลา ตายนอนหงายแหล้ มดเฝ้ายินดี ฯ ******** ผัวแก่ผมหงอกเฝ้า เกศา เมียสาวรักก็พา ลดน้อย ยาขมขื่นชิวหา ใครเล่า จักกลืน เมียสาวเจ้าจึ่งคล้อย สู่ชู้ชายชม ฯ ชายแก่แม้อ่อนล้า เรี่ยวแรง ยังส่อจริตสำแดง เช่าชู้ เปรียบโสณชาติแถลง ฟันบิ่น หักนา เจอะท่อนกระดูกรู้ แทะทึ้งเล็มเลียฯ ได้ลาภลาภเสื่อมแล้ว ธรรมดา ได้ยศยศก็พา เสื่อมได้ เช้าสุขบ่ายทุกข์ถา- โถมถั่ง เอานา ยกย่องแล้วถ่มไซร้ เหล่านี้โลกธรรม ฯ ดั่งดวงตะวัน
กาพย์ห่อโคลงวันปีใหม่วารวันผันผ่านพ้น ตามกาล ปีใหม่ใจเบิกบาน ดั่งแก้ว คุณพระช่วยประทาน- พรส่ง สุขสันต์ งามดั่งใจเพริศแพร้ว ก่อเกื้อสุขศรี วารวันผันเปลี่ยนไป เปลี่ยนปีใหม่จงสุขขี อิ่มเอมปลื้มเปรมปรีดิ์ ดวงฤดีชื่นชีวา ร่าเริงบันเทิงสุข นิรทุกข์คลายหายหนา เกษมเปรมอุรา ปวงประชาทั่วหน้ากัน โรคาอย่ามาใกล้ จงมอดไหม้บรรลัยพลัน ชีวิตนิจนิรันดร์ ชื่นชีวันสุขสันต์ใจ เริงรื่นชื่นอารมณ์ แสนสุขสมสุดสดใส ระรื่นชื่นฤทัย กาลเปลี่ยนไปปีใหม่ ปีใหม่ใจเบิกบาน สุขสำราญวันหรรษา ปรีดิ์เปรมเอมอุรา เทพทั่วหล้าคุ้มครองเทอญ January, 2008 5 มกราวันนี้นอนทั้งวัน
แบบม่ายมีไรคืบหน้าเกิดขั้นเลย
เศร้าใจจริงๆ โรคชิว กำลังก่อตัวขั้นอีกแล้ว
กร๊ากกกกกกก!!! เฮ้อ ...
ตอนบ่ายได้ดูทีวีแชมเปี้ยน แข่งทำเค้ก
น่ากินมากเลย ดุแล้วอยาจะเรียนทำขนมเลย
วันนี้ได้คุยกะน้องปอ พึ่งรู้ว่วาน้องจะไปเมืองนอกปีนี้
แต่คงม่ะเป็นไร มีเอ็มซะอย่าง คงไม่กระเทือน ฮ่าๆ
วันี้ไปตะลุบเยาวราช กับทราย พากันไปหมดตังค์
ไปกินข้าวต้มซี่โครงหมู บะหมี่เป็ดย่าง น้ำเก๊กฮวย อร่อยมากกกกก
อยากกินขนมปังต่ออ่า แต่คนยาวมากมายก่ายกอง แต่อิ่ม
ก็เลยกลับ เพื่อมาดูปี่แก้วนางหงษ์ want มาก กลับมา งงมากมาย
กลับมาก็ออนเอ็ม ฮ่าๆๆ งานการไม่ทำ
วันนี้ดูภาพของน้องปอ แล้งคิดถึงภาพตอนสมัยเรียนเก่าๆ
คิดถึงเพื่อนๆ
January, 2008 เฮ่อๆๆวันศุกร์เรา มีอบเศรษฐศาสตร์ อ่ะ งงมาก
แอบหลับไป ตื่นมาก็สอบเลย กร๊ากกกกกก
แต่ดี มีเพื่อนดี ฮ่าๆ รอดไปอีกวัน
วันนี้ คะแนน จารย์ชัยชาญออกแล้ว
ดีอ่ะ ตกใจนิดหน่อย ฮ่าๆๆๆๆๆ
เรียนเส็ดก็ไปกินข้าวกะวสันต์ ทรายที่ท่าพระจันทร์
เส็ดแล้วเดินข้ามสะพานพระปิ่นไป
รู้สึกปวดท้องตั้งแต่ตอนนั้นแหละ
เฮ่อๆๆ ตอนนี้ปวดดดดดดด January, 2008 2 มกรา บ่ายตอนบ่ายเราไปวังหลังคนแยะมากจนเราจะเป็นลม
คุณคงรู้ดีว่าเพราะทำไม เราไม่อยากเอ่ยถึงเหตุการณ์
ที่ที่คุณก็รู้ว่าอะไร วันนี้ตั้งใจไปซ้อมโขน
แต่โขนยกเลิกการซ้อม เรา ทรายมิ้ม วสันต์
นัดกันไปหาอะไรกินกัน แต่ก็นั่งอยู่ที่ มธ. ท่าพระจันทร์อยู่นานโขที่เดียว
จากนั้นก็เดินมาศิลปากร ท่าพระ คนเดินกันพลุกพล่าน
จุดมุ่งหมายของทุกคน คือวัดพระแก้ว
ซึ่งก็เป็นจุดมุ่งหมายขอเราเหมือนกัน
แต่เราไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะแต่งกายไม่เรียบร้อย
จึ่งชวนกันมุ่งหน้า เดินมาที่สะพานพระปิ่น จากนั้นก็นั่งแท็กซี่
ไปจรัญ 35 ไปกินข้าว ที่หน้าแม็คโค กะไอติมสเวนเซ่น
จากนั้นก็นั่งรถเมลล์กลับหอ วันนี้ทีวีทุกช่องก็ต่างมีภาพต่างๆๆ
ประมวณภาพที่ แสนสวยงาม หาดูได้อยากยิ่ง แต่ทำมภาพเรานี้
เราได้ดูภาพเหล่านี้แลกกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ มันจะคุ้มกันมั้ย ???
วันนีเราพยายามโทรหาคุณแม่ (อ.สันทองคนสวย) โทรนานมากก็ม่ะรับ
มารับอีกทีตอนเรากำลังจะกินข้าว พอรับก็หาว่าเราเป็นพี่ชื่น ง่ะ
เสียใจเล็กน้อย แต่ม่ะเป็นไร แม่ว่าเสียงเหมือนกัน
วันนีถามแม่เรื่องภาพที่วาดให้ ว่าชอบมั้ย สวยใช้ได้มั้ย
อม่ว่าเหมือนมากๆๆเลย จะเอาไปใส่กรอบ แม่พึ่ทานข้าวเส้ด
กำลังจะชื่นชมรูปเราอยู่ปลื้มจิงๆๆเลย
ความสูญเสียวันที่2 มกรา
วันนี้ตื่นสายมาก
เบื่อกับอาจารยืที่คณะมาก
อยู่ๆมายกเลิกชั้นเรียน ง่ะ อยากอยู่บ้านต่อ
วันที่ ตอน 2:54นาฬิกา เป็นเวลาที่นำซึ่งความเสียใจแก่คนทั้งพระเทศ
เป็นวันที่พระพี่นางสู่สวรรคลาลัย เป็นวันที่คนทั้งประเทศไม่อาจรับได้
ในความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ...
ความดับสูญของชีวิต เป็นการจากลาที่แสนโหดร้าย
และ เป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ไข และยื้อหยุดเวลาของมันไว้ได้
เริการเริ่มต้นของวันใหม่วันนี้วันที่ 1มกราคม ฉันมีนัทที่ไม่อาจจะพลาดได้กับอาจารย์ขวัญตา
วันนี้ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำบุญ ง่ะ!!! แต่เรากลับไม่ยอมตื่น
ตื่นมาอีกก็เกือบจะไปไม่ทัน รีบทำธุระ เราก็ขี่รถออกมาจากบ้าน
พอมาถึงหน้าศาล อิอิ เจออาจารญ์คนสวยขอฉันกำลังจักรยานสีเทา
เธอใรวบผมเป็ยหมวยสวยเหมือนทุกๆวัน และปักปิ่น
เธอใส่เสื้อแขนยาวสีชมพู ผ้าพันคอสีขาว ที่พลิ้วไปตามสายลมที่แสนเย็นในยามเช้า
เธอใส่กระโปรงสีดำ และรองเท้าสีชมพู เหมือนจะเป็นคู่ที่เราซื้อให้มั้ง
ถ้าใช่ก็ดีจิ เราคงดีใจมากๆเลย แต่เราก็แอบหวังว่ามันคงเป็นแบบที่เราแอบคิด
เราขี่รถไปเทียบข้างๆอาจารย์ พร้อมกล่าว สวัสดี แต่วันนี้ เหมือนจะสายกันทั้งคู่ล่ะมั้งนี่
แต่พอมาถึงหน้าวัด เราก็แวะซื้ออาหารทำบุญ ส่วนอาจารย์พร้อมเสมออยู่แล้ว
แล้วเราก็รีบขี่รถตามเธอมาจนถึงเจดีย์ เหมือนเราจะยังม่ะสายเท่าไหร่ ถือว่าทันการอยู่เชียว
แล้วเราก็ไปตักกับข้าว ขนมหวาน มาใส่ในสำรับ แล้วข้าวใส่บาตร
แล้วก็เดินขั้นไปหาที่นั่ง เพื่อตักบาตร เราเดินไปหาที่นั่งทางด้านที่คนน้อย
เส็ดแล้วก็สวดมนต์ แล้วก็ต่อด้วยการตักบาตร อาจารย์ก็ตักบาตร อ่า พระอาจารย์เดินฝั่งนี้ด้วย
แอบดีใจที่จะได้นมัสการพระครู พระครูก็ทักสวัสดีปีใหม่ ระหว่างที่อาจารย์ตักบาตร
เราแอบจับเสื้ออาจารย์ด้วยแหละ ชาติหน้าจะได้เกิดมาเจอกันอีก
แต่สัหพักอาจารย์ก็ให้เราตักบาตรต่อจากอาจารย์ ในปิ่นโตเดียวกะอาจารย์
ปลื้ม มากเลย เส็ดพิธีแล้ว เราก็ กะอาจารย์ก็ช่วยวัดเก็บเก้าอี้
จากนั้นก็ไปกินข้าว ข้าวอร่อยมากเลย เราก็ไปเอาน้ำให้อาจารย์
แอบเตรียมกระดาษทิชชู่ ไว้ให้เธอด้วย พอเรากินข้างอิ่ม เราก็เอาจานไปเก็บ
สักพักจารย์ก็อิ่มเราเลยเอากระดาษไปให้อาจารย์ ตอนนั้นบางคนเริ่มทยอยกันกลับ
เราก็เริ่มเก็บเก้าอี้ แล้วจารย์ก็บอกว่าให้ไปสักการะ ขอพรที่เจดีย์ ให้ยินตรงแผ่นสี่เหลี่ยม
ตรงกลาง เพราะมันจะตรงกับพระสารีริกธาตุที่บรรจุตรงยอดเจดีย์ เราก็ทำตาม
แต่ขอพรไรเหรอ เราขออุ๊บเป็นความลับนะ คงมีแต่เราและอาจารย์ที่รู้
แล้วก็ถึงเวลาที่เรา ม่ะชอบเลย นั่นคือการแยกจากกัน แยกกัยคราวนี้ ก็แยกกันนาน
จนเราเริ่มใจเสีย และไม่อยากให้ช่วงนาทีนี้เกิดเลย ก่อนจากกันเรา
ก็ไม่ลืมที่จะอวยพรอาจารย์ให้มีสุขภาพแข็งแรง และสวยๆ แบบนี้ตลอดไป
อาจารย์ก็อวยพรให้ น่ารักมากเลย อ่าๆๆๆ
January, 2008 วันสิ้นปีแห่งความทรงจำ วันนี้วันที่ 31 มกรา เป็นอีกวันที่มีความสุข
และเป็นวันสิ้นปี ที่แสนจะเรียบง่าย
แต่ก็มีความสุขมากเช่นเดียวกัน
วันนี้ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง เราไปโรงเรียน
วันนี้เรานัดอาจารย์ที่เรารักและเคารพมากเลย
เราสนิทกับ อาจารย์เค๊ามากเลยล่ะ จารย์เค๊าชื่อ อ.ขวัญตา
วันนี้เรานัดอาจารย์เค๊าไว้บ่ายโมง แต่ก็มาสาย เฮ่อๆๆ
เหมือนอาจารย์จะรอทานข้าว รู้สึกผิดจัง
แต่นาทีแรกที่ได้เห็นอาจารย์ ก็ถึงกับทำเรายิ้มออกได้เลย
ตอนนที่เห็นอาจารย์ เธอกำลังรถน้ำต้นไม้อยู่ แต่อีกสิ่งหนึ่ง
ที่เราชอบมองมาก ตือ รอยยิ้มมของเธอ รอยยิ้มเธอสดใส
เป็นธรรมชาติ และเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นมาก สำหรับเราเลย
เป็นสิ่งที่เราประทับใจมาก รองมากจากเสียงใส ที่จะบ่นเรา
แรก็ชแบให้เธอบ่นนะ เสียงเธอฟังแล้วไม่เครียด เราว่าตลก
แล้วได้แง่คิดดี เรายังอยากให้เธอบ่นเราทุกวันเลย
แต่ขืนเป็นแบบนั้น คงเปลืองค่าโทร น่าดูเชียว
และแล้ววันนี้ ตลอดช่วงบ่าย ก็ได้แต่รถน้ำต้นไม้หน้าอาคาร 1กัน
บ่ายสองกว่าๆ ก็ซื้ออติมมากินกัน จารย์อยากกินรส วอลโว่ ฮ่าๆๆ เราว่าไม่มี หมด
จารย์เลยต้องมากินรสกาแฟแทน ส่วนเรากินรสมะนาว
ตอนห้าโมงก็โซ้ย ส้มตำกะ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ที่อาจารย์พยายามให้กินหลายรอบแหละ
แต่ก็ยังคงเหมือนเดิม อาจารย์ก็เลยต้องนั่งกินด้วย
จารย์ว่า "วันนี้กินส้มตำทั้งวัน" ตอนนกินนี่แหละทีเรื่องที่ทำเราอึ่งอีกแล้ว
วันนี้เป็นครั้งที่สองที่อาจารย์แกะไก่ทอดให้กิน
(ครั้งแรกที่วัดไผ่ล้อมตอนรับประกาศธรรมศึกษา ตอนนั้นอาจารย์แกะปลาเค็มให้กิน)
ประทับใจมากๆๆเลย จารย์เป็นคนแรกเลยที่ทำแบบนี้ ม่ะเคยมีใครทำให้อ่า
แล้วเวลาก้ผ่านไปรวดเร็วมาก จนเราอยากหยุดเวลาให้มันอยู่แบบนี้ไปอีกพักนึง
เราอยากจดจำความรู้สึกแบบนี้ ให้ได้นานเท่าที่จะทำได้ แล้ววันนี้ก็หมดไปพอหกโมงเย็นก็แยกกัน
จารย์ชวนไปสวดมนต์ตอนทุ่มนึงที่วัด เราก็เลยไปตามคำชวน พอแยกย้ายก็กลับมาอาบน้ำ
รีบแต่งตัวไปวัด พอไปถึงก็มองหาอาจารย์ ก็ไม่เห็นเลย สักพักใหญ่ๆ อาจารย์ก็มา ดีใจจัง
อาจารย์เยกไปนั่งใกล้ๆ อาจารย์ แล้วก็สวดมนต์ พอเสร็จ เราก็ไปหาไรกินกะอาจารย์ที่โต่รุ่ง
เรากินข้างต้มกุ้ง อาขารย์กินข้างต้มปลา พอหมด ก็ต่อด้วยซาลิ่ม ซึ่ง ก็หนาวมากตอนนั้น
อยากให้เห็นท่าตอนนั้นจัง รับรองคุณคงอด อมยิ้มเราสองคน ไม่ได้แน่
ระหว่างกินไป ก็มีดนตรี เสียงขลุ่ยขับกล่อม เส็ดแล้วก็แยกย้ายกันกลับ
แล้วก็พรุ่งนี้เตรจะไปทำบุญ แต่ม่ะรุ จะตื่นทันมั้ย แต่ไหงก็ต้องทัน
จะสายเหมือน วันนี้ม่ะได้แล้ว
วันนี้เป็นวันที่ยังคบอยู่ในความทรงจำขอเราเพิ่มขั้นอีกอย่าง
และอยากให้อยู่แบบนี้ตลอดไปจนไม่มีวันจางหาย
วันใหม่วันไหนๆๆ เราก็ยังคงเหงจับใจอยู่เช่นนี้เหมือนเดิม
หรือมันอาจจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆตามระยะทางของเวลา
|
||||||||||||||||
|
|